อ่าน คิดวิเคราะห์และเขียนสื่อความ

มัธยมศึกษาปีที่ 5 วิชาการงานอาชีพและเทคโนโลยี

ชื่อ รัฐนันท์   จิรฐา  เลขที่ 8   ห้อง ม.5/6
______________________________________________________

เรื่อง : ความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยี AR

Augmented Reality

          

          AR ย่อมาจาก Augmented Reality ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่นำเอาภาพเสมือน 3 มิติจำลองเข้าสู่โลกจริงผ่านกล้องและมีการประมวลผลโดยการทำให้วัตถุ 3 มิติ (ภาพเสมือน) ทับซ้อนเข้ากันกับภาพจริงเป็นภาพๆเดียว โดยเราสามารถมองผ่านกล้องได้โดยตรงเลย
          ซึ่งเมื่อเราได้ยินคำว่า AR ก็มักจะได้ยินร่วมกับคำว่า VR ซึ่งย่อมาจาก Virtual Reality เป็นเทคโนโลยีที่คล้ายคลึงกัน ต่างกันที่ VR คือการจำลองโลกเสมือนขึ้นมาและเข้าถึงได้จากอุปกรณ์เสริมต่างๆ เช่น แว่น Oculus Rift, Play Station VR เป็นต้น


ชนิดของ Augmented Reality

  • Marker-Based : ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบเครื่องหมาย สัญลักษณ์ต่างๆ เป็นใบปลิว โบรชัวร์ต่างๆ ผู้ใช้ทำการ scan ด้วยกล้องจากตัว smartphone เพื่อแสดงภาพ 3 มิติ
  • Location-Based : ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้ smartphone scan จากภาพ เพียงแค่ใช้ GPS ของเครื่องนั้นๆ ก็สามารถแสดงภาพ 3 มิติได้
  •           การทำงานหลักๆของ AR (ขึ้นอยู่กับ Engine และ Toolkit ของแต่ละผู้ผลิต) ซึ่งส่วนหลักๆจะคล้ายๆกัน เช่น
  • Tracking : ติดตาม วัดแรงเฉื่อย วัดตำแหน่ง องศาของโทรศัพท์ ทำให้รู้ว่าอยู่ในทิศทางใด
  • Rendering : การแสดงผลพวกภาพ Model 3 มิติ ร่วมกับภาพจริงๆ ให้เป็นเหมือนภาพเดียวกัน
  • Scene : มีการเข้าใจรายละเอียดของฉากในภาพ เช่น ถ้าห้องมืด ภาพก็จะสว่างๆ
  • ข้อดีของการนำ AR มาประยุกต์ใช้กับ Advertising

  • 1. การเข้าถึงกลุ่มลูกค้า (จูงใจลูกค้าใหม่ๆในการเปิดตัวโปรดัค)
  • 2. สร้างภาพลักษณ์ให้กับ Brand เพิ่ม loyalty
  • 3. Instant Buy — ลูกค้าสามารถซื้อสินค้า สั่งสินค้า หรือดูข้อมูลต่างๆโดยตรงได้จาก ad หรือ billboard ได้เลย
  • 4. สร้าง Viral effect หากว่า AR นั้นๆมีความน่าสนใจ
  • 5. มี Promo code หรือ Coupon ซ่อนไว้ สำหรับคนที่ใช้ AR เท่านั้น

ไอเดีย AR/VR กับงาน Advertising

  • Billboard — ข้อจำกัดของ Billboard คือเป็นป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่อยู่ตามหัวมุม หรือข้างทาง กลางแจ้งหรือตามถนนสายหลัก ส่วนใหญ่ผู้ที่เห็นก็จะเป็นผู้ที่ขับขี่ยานพาหนะ การที่เค้าจะเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อใช้งาน AR อาจจะเป็นเรื่องที่ยุ่งยากพอสมควร ซึ่งถ้าเทียบกับ Digital Billboard มันสามารถดึงดูดผู้พบเห็นได้เลย โดยที่ไม่ต้องทำอะไร

  • ป้ายไฟอะคริลิคร้านกาแฟ — ทำ Coupon ส่วนลด สำหรับผู้ที่ใช้งาน AR หรือหา Coupon บริเวณรอบๆป้ายด้วย AR

  • งาน Rollup — ทำพวกข้อมูล Information เพิ่มเติม สำหรับงาน Roll up มีการ Interactive กับผู้ใช้ในแบบที่ Roll up ทั่วไปไม่สามารถทำได้
  • งานนามบัตร — ทำนามบัตรให้ดูน่าสนใจ โดยการเพิ่มพวก 3 มิติ หรือว่า Inforgraphic หรือรายละเอียดของโปรดัคของเราเพิ่มเติม
  • งานป้ายฉลาก — เช่น คะนอ หรือว่าบริษัทที่ผลิตพวกผงปรุงรสสำเร็จรูป เช่น ผงผัดกระเพรา ผักพริกแกง ประยุกต์ใช้ AR ก็อาจจะสามารถดูข้อมูลว่า สินค้านี้สามารถทำอาหารอะไรได้บ้าง ใช้ส่วนประกอบอะไรบ้าง

  •           นอกจากงานด้านโฆษณาแล้ว การเอา AR มาประยุกต์ใช้ อย่างเช่น IKEA ก็สามารถมองในมุมมองที่รู้ว่าผู้ใช้ชื่นชอบสิ่งของอะไรเป็นพิเศษ มีการลองวาง หรือเปลี่ยนสี หมุนในตำแหน่งต่างๆ มากเป็นพิเศษ ก็สามารถระบุได้ว่าลูกค้าสนใจชิ้นนี้ ช่วยให้รู้พฤติกรรมผู้บริโภคผ่าน AR 

เรื่องนี้บอกอะไรกับนักเรียน

          จากเรื่อง AR ทำให้สามารถรู้ถึงวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนเรา ว่ามีประโยชน์มากมายในด้านต่างๆ ทั้งด้านการเรียนการสอน ด้านธุรกิจ ช่วยให้กิจการต่างๆง่ายขึ้น โดย AR สามารถแบ่งออกมาได้เป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือ Marker-Based และ Location-Based


ประโยชน์ที่ได้รับจากเรื่องนี้

1. ช่วยในเรื่องความบันเทิงในโทรศัพท์ เช่น การเล่นเกม
2. ทำให้ในมุมของนักพัฒนาสามารถที่จะสร้างสรรค์ผลงานได้ง่ายขึ้น
3. ทำให้เราสามารถอัพโหลดรูป 3 มิติ ลง Facebook ได้อย่างง่ายดาย
4. ทำให้รู้ว่าธุรกิจส่วนใหญ่มีการนำ AR มาประยุกต์ใช้ในกิจการ
5. ทำให้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่อง AR ว่าสามารถประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้อย่างไร


นักเรียนนำสิ่งที่ได้รับจากการอ่านเรื่องนี้มาใช้ในชีวิตอย่างไร

          สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตได้โดยการ รู้จักที่จะใช้เทคโนโลยีในด้าน AR มาใช้ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมกับสถานการณ์และสภาพแวดล้อม ทำให้รู้ว่าภาพโฆษณาต่างๆที่ปรากฎอยู่ทั่วไป เกิดขึ้นมาจากการทำ AR ทั้งสิ้น และเราสามารถ














No comments:

Post a Comment